ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพ

กล้องถ่ายภาพชนิดต่าง ๆ
ส่วนประกอบของกล้อง
เครื่องมือและอุปกรณ์
การดูแลรักษากล้องถ่ายภาพ
วิธีเก็บรักษาฟิลเตอร์

 

กล้องถ่ายภาพชนิดต่าง ๆ

กล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กล้อง 35 มม. SLR นี้นับได้ว่าเป็นกล้องที่นิยมใช้กันมากที่สุดส่วนใหญ่สามารถถอดเปลี่ยนใช้เลนส์
ขนาดต่าง ๆ ได้ ระบบการมองภาพสัมพันธ์กับการปรับระยะความชัด ของเลนส์
ทุกขนาด ภาพที่เห็นในช่องมองภาพจะเหมือนกับมุมการรับภาพจากเลนส์ทุกประเภท เมื่อมองที่ช่องมองภาพ แสงจะสะท้อนจากวัตถุผ่านเลนส์เข้ากล้อง สู่กระจก
สะท้อนภาพ ที่วางตั้งมุมเฉียง 45 องศา ภาพจะขึ้นสู่จอรับภาพ ผ่านไปยังแก้ว ปริซึม 5 เหลี่ยม ที่อยู่ส่วนบนของกล้อง แล้วหักเหออกสู่สายตาทางช่องมองภาพ เมื่อขึ้นชัตเตอร์ และกดปุ่มชัตเตอร์ กระจกสะท้อนภาพจะกระดกขึ้น ปล่อยให้แสง ผ่านเลนส์ ผ่านม่านกั้นแสง บันทึกภาพลงบนฟิล์ม จากนั้นม่านกั้นแสงจะปิดลง กระจกสะท้อนภาพจะกลับสู่ตำแหน่งเดิม

กล้องแบบนี้เป็นนิยมกันมากในสมัยก่อน เช่น Rolleeiflex 3.5 F ,Minolta Autocord เป็นต้น
ใช้ฟิล์มขนาด 120 ให้ภาพขนาด 6*6 ซ.ม. เป็นกล้องที่มี 2 เลนส์ จะมีขนาดความยาวโฟกัสเท่ากัน
และมีมุมการรับภาพเท่ากันบางรุ่นจะมีเครื่องวัดแสงไว้ที่ตัวกล้องด้วย แต่กล้องแบบนี้ส่วนใหญ่
ไม่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์เป็นขนาดต่าง ๆ ได้


กล้องคอมแพค พัฒนามากจากกล้องขนาดเล็กที่เรียกว่า Miniature ซึ่งออกแบบให้เหมาะสมกับการพกพาและสะดวกต่อการถ่ายภาพอย่างรวดเร็ว ดังนั้น กล้องชนิดนี้จึงออกแบบให้มีขนาดเล็ก และมีกลไกที่เป็นอีเลคทรอนิคส์ซึ่งสามารถควบคุมได้โดยอัตโนมัติเกือบทั้งหมด โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องปรับกล้องด้วยตนเอง กล้องชนิดนี้ถูกอออกแบบให้สามารถใช้ได้กับฟิล์มมาตรฐาน 35 มม. และมีปุ่มกลไกทำหน้าที่เพิ่มเติมอีกหลายอย่างเช่น มีแฟลชในตัว มีระบบโฟกัสอัตโนมัติ มีเลนส์ซูมแบบต่อเนื่อง หรือเป็นการซูมเฉพาะระยะ นอกจากนี้ยังอาจมีปุ่มถ่ายตนเองด้วย ภายในช่องใส่ฟิล์มโดยทั่วไปจะมีเครื่องอ่านค่าคามไวแสงด้วยรหัส DX ทำให้ไม่ต้องตั้งค่าความไวแสงก่อนถ่ายภาพ แต่กล้องจะปรับค่านี้ให้เองโดยอ่านค่าจาก DX Code ที่กลักฟิล์มส่วนการปรับค่า f/stop หรือรูรับแสง กล้องประเภทนี้จะทำไม่ได้ เนื่องจากส่วนใหญ่จะมี รูรับแสงคงที่เพียงค่าเดียวเท่านั้น

เป็นกล้องที่สร้างขึ้นเพื่อนำไปถ่ายภาพใต้น้ำ จึงต้องบรรจุในกล่องที่แข็งแรงป้องกันน้ำเข้าไปในตัวกล้องและทนทานต่อความกดดันของน้ำ เมื่อดำลงไปลึก ๆ และต้องมีระบบกลไกควบคุมกล้องจากภายนอกในการปรับโฟกัสตั้งหน้ากล้อง การเลื่อนฟิล์ม และการกดชัตเตอร์

 

เป็นกล้องที่สามารถผลิตภาพออกมาดูได้ทันที หลังจากถ่ายภาพนั้นแล้ว โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการล้างฟิล์มและอัดขยายภาพ กล้องอินสแตนท์ ก็จัดอยู่ในประเภทนี้ฟิล์มที่ใช้สำหรับกล้องโพลาลอยด์จะถูกบรรจุอยู่ในกล่องรวมกับสารเคมีที่จะใช้ทำปฏิกิริยาภายในกล้อง เมื่อถ่ายเสร็จแล้วผู้ถ่ายสามารถดึงภาพออกมาดูได้ทันที ภาพจะค่อย ๆ ปรากฎให้เห็นภายใน 1-2 นาที ข้อเสียของกล้องแบบนี้ก็คือ ไม่สามารถนำไปอัดและขยายภาพได้

 

เป็นกล้องพิเศษชนิดหนึ่งที่ใช้แสงอาทิตย์ในการถ่ายภาพ แต่ไม่ค่อยนิยมใช้เพราะกล้องชนิดนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง
< go top >

 

 
 

ส่วนประกอบของกล้อง

 

1. ที่เลื่อนฟิล์มและขึ้นชัตเตอร์
อุปกรณ์ส่วนนี้มักจะทำเป็นคันโยก หรือคานหมุนแล้วแต่ชนิดของกล้อง คันโยกหรือคานหมุนนี้มักจะทำหน้าที่ทั้งเลื่อนฟิล์มและขึ้นชัตเตอร์ไปพร้อมกัน การเลื่อนฟิล์มหลังจากกดชัตเตอร์ถ่ายภาพแล้วเลื่อนคันโยกจนสุดรวดเดียว ไม่ควรเลื่อนเป็นช่วง ๆ แล้วปล่อยให้คันโยกกลับสู่ที่เดิม ซึ่งก็พร้อมที่จะกดชัตเตอร์ถ่ายภาพเป็นภาพต่อไป แต่ถ้ายังไม่ต้องการถ่ายภาพก็ไม่ควรเลื่อนฟิล์มก่อน เพราะในบางครั้งอาจะเผลอไปกดชัตเตอร์เข้าจะทำให้เสียฟิล์มไปโดยไม่จำเป็น สำหรับกล้องที่ใช้ฟิล์มเบอร์ 135 เมื่อฟิล์มหมดม้วยจะเลื่อนคันโยกไม่ได้ ถ้าฝืนฟิล์มอาจจะขาด จึงควรกดปุ่มกรอฟิล์มกลับเข้ากลักทันที และนำม้วนฟิล์มออกไปล้าง อัดขยายต่อไป

< go top >

2. ที่ปรับความเร็วชัตเตอร์
การปรับความเร็วชัตเตอร์ ต้องตั้งให้ตรงกับตัวเลขบอกความเร็วชัตเตอร์ จะตั้งให้อยู่ระหว่างตัวเลขเหมือนกับการปรับขนาดรูรับแสงไม่ได้ การตั้งความเร็วชัตเตอร์ ถ้าตั้งที่ B ในการถ่ายภาพกลางคืน หรือตั้งความเร็วช้า ๆ ควรใช้ขาตั้งกล้อง

< go top >

3. ปุ่มกดชัตเตอร์
ปกติปุ่มกดชัตเตอร์มักจะอยู่ส่วนบนของกล้องใช้นิ้วชี้กดเมื่อต้องการถ่ายภาพในขณะกดชัตเตอร์ ควรถือกล้องให้นิ่งและมั่นคงภาพจะได้ไม่ไหว กล้องบางชนิด จะมีที่เสี่ยงสายสำหรับกดชัตเตอร์ เพื่อให้การกดชัตเตอร์เบาและนิ่มนวล ในบางครั้งกล้องจะมีที่สำหรับล็อคปุ่มกดชัตเตอร์ไว้ด้วย เมื่อยังไม่ต้องการถ่ายภาพ

< go top >

4. ฐานเสียบแฟลช
ฐานเสียบแฟลช เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอีกประเภทหนึ่ง เมื่อเราต้องการใช้แฟลชเพื่อให้ภาพมีความสว่างเพิ่มขึ้นในเวลาที่เราถ่ายภาพในเวลากลางคืน จะได้ภาพที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังเป็นการช่วยลดแสง-เงา ของภาพได้อีกด้วย

< go top >

5. ที่ตั้งความไวแสงของฟิล์ม
กล้องถ่ายภาพประเภทที่ทำงานโดยอัตโนมัติ จะมีที่ตั้งความไวแสงของฟิล์ม เพื่อให้เครื่องวัดแสงในกล้องทำงานได้ถูกต้องแต่ถ้าเราตั้งความเร็วชัตเตอร์ ปรับขนาดรูรับแสงเอง โดยไม่ใช้เครื่องวัดแสง ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งเลขความไวแสงของฟิล์ม
< go top >

6. ที่ปรับขนาดรูรับแสง
การปรับขนาดรูรับแสงก็เพื่อให้แสงผ่านเข้าไปสัมผัสกับฟิล์มได้ตามความต้องการ ใช้มือหมุนที่วงแหวนขอบนอกของเลนส์ที่มีตัวบอกเลข เอฟ.นัมเบอร์ หรือ เอฟ.สต๊อปไว้ และที่สเกลมักจะมีขีดบอกความชัดลึกของภาพควบคู่กันไปอีกด้วย การปรับเอฟ.สต๊อป จะปรับไปที่ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งโดยตรง หรือปรับให้อยู่ในระหว่างตัวเลขก็ได้

< go top >

7. ที่ปรับความชัดของภาพ
การปรับความชัดของภาพก่อนถ่ายภาพ ให้ปรับโดยการหมุนวงแหวนปรับระยะชัดที่เลนส์ให้ตรงตามสัญลักษณ์ หรือตัวเลขที่บอกเป็นฟุตหรือเมตร เมื่อต้องการถ่ายภาพเหตุการณ์ เพื่อความรวดเร็ว หรือในที่ ๆ มีแสงน้อย ส่วนในที่ ๆ มีแสงสว่างมาก การปรับความชัดมักจะมองดูที่ช่องมองภาพ ให้เห็นวัตถุที่จะถ่ายมีภาพซ้อนกันสนิท หรือภาพเลื่อนต่อตรงกัน

< go top >

 
 

เครื่องมือและอุปกรณ์

 

ขาตั้งกล้อง (Tripod)
ขาตั้งกล้องเป็นอุปกรณ์ติดตั้งกล้องเพื่อให้กล้องยึดกับขาตั้งนิ่งและมั่นคงจำเป็นสำหรับการถ่ายภาพที่ๆมีแสงสว่างน้อยที่ต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ช้าๆเพื่อให้ได้แสงนานๆ โดยที่กล้องอยู่นิ่งไม่สั่นไหวอยู่นิ่งไม่สั่นไหว เช่นการถ่ายภาพบนท้องถนน เวลากลางคืนที่ต้องตั้งความเร็วชัตเตอร์ที่ช้ากว่า 1/30 วินาทีลงไปขาตั้งกล้องโดยทั่วไปมีลักษณะเป็นสามขา สามารถพับ กางออก ยืดให้สูงขึ้นได้และตรงกลาง มักจะมีท่อปรับให้สูงขึ้นได้อีก ที่ส่วนหัวของขาตั้งกล้องทำเป็นฐานรองรับกล้องมีสกรูสำหรับยึดกล้องไว้ให้แน่น สามารถปรับให้กล้องหมุนไปได้ทางซ้ายและขวามีแขนทำหน้าที่หมุนปรับ ให้กล้อง ก้มลง หรือ เงยขึ้นก็ได้ ขาตั้งกล้องแบบ 3 ขา มีทั้งขนาดเล็กสามารถนำติดตัวออกไปถ่ายภาพนอกสถานที่ได้โดยสะดวกและชนิดที่มีขนาดใหญ่สำหรับใช้ในสตูดิโอ
< go top >


"สายลั่นไก"
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคู่กับขาตั้งกล้อง สายลั่นไกทำหน้าที่กดชัตเตอร์ แทนนิ้วมือของผู้ถ่ายภาพ โดยมีเกลียวขันต่อกับปุ่มกดชัตเตอร์ ทั้งนี้เพื่อให้การกดชัตเตอร์เป็นไปอย่างนิ่มนวล สายลั่นไกลมีอยู่หลายแบบ เช่น แบบสายเดี่ยว สายคู่ และแบบบีบลมเป็นสายยาง สามารถถ่ายจากที่สูง หรือที่อยู่ไกลๆได้

< go top >

เครื่องวัดแสง (Light meter)
เครื่องวัดแสงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการถ่ายภาพ เป็นเครื่องมือที่จะคำนวณปริมาณของแสงที่ถูกต้อง สามารถบอกเป็นตัวเลขของรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ กล้องถ่ายภาพรุ่นใหม่ๆจะมีเครื่องวัดแสงติดมากับตัวกล้องซึ่งมีวัสดุที่ทำหน้าที่เปลี่ยนแสงให้เป็นไฟฟ้า มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันคือ
3.1 ตัววัดแสงอยู่ภายนอกตัวกล้อง ส่วนมากจะติดอยู่ที่ตัวเลนส์หรือรอบวงแหวน ของเลนส์
3.2 ตัววัดแสงอยู่ภายในตัวกล้อง และ วัดแสงที่หักเหผ่านเลนส์ มักใช้แคดเมียมซัลไฟด์
เพราะมีขนาดเล็กและความไวแสงสูง สามารถวัดแสงได้ถูกต้องและแม่นยำ

< go top >


ไฟแฟลช
ในการถ่ายภาพในที่ๆมีแสงน้อย เช่นเวลากลางคืน หรือกลางวันที่มีแสงไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องใช้แฟลชเข้าช่วย นอกจากเป็นการเพิ่มแสงสว่างแล้วยังใช้ไฟแฟลชเพื่อปรุงแต่งแสงให้ดูนิ่มนวลยิ่งขึ้นมีอยู่สองชนิดคือ
4.1 แฟลชบัล์บเป็นแฟลชที่ภายในหลอดมีใส้หลอดแต่ละหลอดจะจุดสว่างได้เพียงครั้งเดียว เมื่อใช้แล้วต้องเปลี่ยนหลอดใหม่ทุกครั้ง
4.2 แฟลชอีเลคโทรนิคเป็นแฟลชที่นิยมใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน ตัวหลอดทำด้วยแก้วใสประเภทควอทซ์ ภายในมีไส้หลอดบรรจุด้วยก๊าซซีนอน ให้อุณหภูมิมีสีเหมือนสีของแสงจากดวงอาทิตย์
กระเป๋าใส่กล้อง
กระเป๋าใส่กล้องถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่ง เป็นที่เก็บอุปกรณ์ที่จำเป็นในการถ่ายภาพ เช่น ตัวกล้อง,เลนส์,แว่นกรองแสง,ฟิล์ม,เครื่องขับเคลื่อนฟิล์มอัตโนมัติ,ไฟแฟลช,ถ่านไฟ,กระดาษเช็ดเลนส์ ฯลฯ ทำให้สะดวกต่อการนำพาไปถ่ายภาพในที่ต่างๆยังช่วยป้องกันฝุ่นละออง การกระแทก กระเทือน ขีดข่วนอุปกรณ์ต่างๆอีกด้วย
< go top >

 
 

การดูแลรักษากล้องถ่ายภาพ

 

1. อย่าให้กล้องถ่ายภาพได้รับการกระทบกระเทือน ถ้าถูกแรงๆอาจทำให้เลนส์ชัตเตอร์ หรือกลไกลส่วนอื่นๆ เคลื่อนได้ ควรป้องกันด้วย การใสกระเป๋าที่มีฟองน้ำหุ้ม
2.ถ้ายังไม่ใช้กล้องถ่ายภาพเป็นเวลานาน อย่าขึ้นชัตเตอร์ค้างไว้ เพราะจะให้สปริงชัตเตอร์อ่อน ความเร็วชัตเตอร์ให้ตั้งไวที่ B เพื่อลาน ชัตเตอร์จะได้คลายตัว ส่วนหน้ากล้องนั้นควรตั้งให้กว้างที่สุด
3. การถ่ายภาพ โดยเฉพาะภาพสุดท้ายของฟิล์ม ถ้าฟิล์มหมดอย่าพยายามฝืนจะทำให้ชัตเตอร์ค้างได้
4.อย่าเก็บกล้องถ่ายภาพไว้ในที่ๆมีอากาศร้อนหรือชื้น เพราะความร้อนจะทำให้น้ำมันหล่อลื่นในกล้องแห้ง หากมีฟิล์มอยู่ในกล้องจะทำให้ ฟิล์มเสื่อมคุณภาพ และความชื้นอาจทำให้เลนส์ขึ้นรา ควรมีถุงยางกันชื้นใสไว้ในกระเป๋าตลอด
5.การถ่ายภาพที่ชายทะเลให้ระมัดระวังทรายเข้าในกล้องขณะใส่หรือถอดฟิล์ม เพราะถ้าทรายเข้าในกล้องได้แล้วจะขีดข่วนฟิล์มเป็นรอย และพยายามอย่าให้กล้องถ่ายภาพถูกน้ำ หรือไอน้ำโดยเฉพาะน้ำเค็มเป็นอันตรายต่อกล้องถ่ายภาพมาก ส่วนที่เป็นโลหะอาจเป็นสนิมได้
6.ระวังอย่าให้มือที่มีเหงื่อถูกหน้าเลนส์ หรือช่องมองภาพ ถ้าเลนส์สกปรกให้ใช้กระดาษเช็ดเลนส์ทำความสะอาดที่เลนส์โดยเฉพาะ หรือ ใช้ลูกยางแปรงเป่าเลนส์ บีบไล่ฝุ่นออดให้หมด อย่าใช้ผ้าหยาบๆเช็ดเลนส์ เพราะจะทำให้เป็นรอยขีดข่วนได้
7.เวลาถอดเปลี่ยนเลนส์ หรือตั้งกล้องบนขาตั้งกล้อง อย่ารีบร้อน หากใส่ไม่เข้าอย่าฝืน อาจทำให้เกลียวหรือเขี้ยวเสียหายได้
8.ควรใส่ฟิลเตอร์ ไว้หน้าเลนส์ตลอดเวลาถ้าใส่ Hood ด้วยจะยิ่งดี เป็นการช่วยป้องกันตัวเลนส์ได้อีกด้วย
9.กล้องถ่ายภาพที่ต้องใช้แบตเตอรี่ หากไม่ได้ใช้กล้องถ่ายภาพนานๆ ควรเอาแบตเตอรี่ ออกก่อน เวลาใส่แบตเตอรี่คืนต้องระวัง อย่าใส่ขั้วผิด
10.กล้องถ่ายภาพมีกลไกและส่วนประกอบที่ละเอียดสลับซับซ้อนมีราคาแพง หากมีส่วนหนึ่งส่วนใดชำรุด หรือติดขัด ควรให้ช่างที่ชำนาญ โดยเฉพาะซ่อมและแก้ไข
< go top >

 
 

วิธีเก็บรักษาฟิลเตอร์

 

แว่นกรองแสงชนิดต่างๆหลังจากใช้แล้วควรทำความสะอาด อาจใช้กระดาษเช็ดเลนส์ เช็ดเบาๆ หรือ ใช้ยางแปรงเป่าที่แว่นกรองแสงไล่ฝุ่นออกให้หมดแล้วควรใส่ซ้อนกันไว้ เก็บไว้ในกล่องใส่แว่นกรองแสงเพื่อป้องกันฝุ่นอีกชั้นหนึ่ง
< go top >