ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
 

       เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การศึกษาพัฒนา

องค์ความรู้ต่าง ๆ ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติ กฎเกณฑ์ของสิ่งต่าง ๆ และหาทางนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์

       ส่วนคำว่า สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มนุษย์แต่ละคน

ตั้งแต่เกิดมาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เรียนรู้สภาพสังคมความเป็นอยู่ กฎเกณฑ์และวิชาการ

ทุกวันนี้มีข้อมูลรอบตัวเรามาก ข้อมูลเหล่านี้มาจากสื่อ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์

หรือแม้แต่การสื่อสารระหว่างบุคคล จึงมีผู้กล่าวว่ายุคนี้เป็นยุคของสารสนเทศ

       ภายในสมองมนุษย์ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลไ้ว้มากมายจะมีข้อจำกัดในการจัดเก็บ การเรียกใช้ การประมวลผล

และการคิดคำนวณ ดังนั้นจึงมีผู้พยายามสร้างเครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการสารสนเิทศ

เช่น เครื่องคอมพิเตอร์ ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลไว้ในหน่วยความจำได้มาก สามารถให้ข้อมูลได้แม่นยำและถูกต้อง

เมื่อมีการเรียกค้นหา ทำงานได้ตลอดวันไม่เหน็ดเหนื่อย และยังส่งข้อมูลไปได้ไกลและรวดเร็วมาก เครื่องจักร

อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับสารสนเทศนั้นมีมากมาย ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์รอบข้าง ระบบสื่อสาร

โทรคมนาคมสมัยใหม่ ทำให้เกิดงานบริการที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การฝาก

ถอนเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็ม (Automatic Teller Machine : ATM) การจองตั๋วดูภาพยนตร์ การลงทะเบียน

เรียนในโรงเรียน

        เมื่อรวมคำว่าเทคโนโลยีกับสารสนเทศเข้าด้วยกัน เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT)

จึงหมายถึง การประยุกต์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาจัดการข้อมูลให้เกิดประโยชน

 
   
ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
                                             
         โดยพื้นฐานของเทคโนโลยีย่อมมีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้ แต่เทคโนโลยี

สารสนเทศเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีความเป็นอยู่ของสังคมสมัยใหม่อยู่มาก ลักษณะเด่นที่สำคัญของ

เทคโนโลยีสารสนเทศมีดังนี้


           เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในการประกอบ

การทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการอุตสาหกรรม จำเป็นต้องหาวิธีในการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่ม

ประสิทธิภาพในการทำงานคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารเข้ามาช่วยทำให้เกิดระบบอัตโนมัติ เราสามารถฝาก

ถอนเงินสดผ่านเครื่องเอทีเอ็มได้ตลอดเวลา ธนาคารสามารถให้บริการได้ดีขึ้น ทำให้การบริการโดยรวมมี

ประสิทธิภาพ ในระบบการจัดการทุกแห่งต้องใช้ข้อมูลเพื่อการดำเนินการและการตัดสินใจ ระบบธุรกิจจึงใช้

เครื่องมือเหล่านี้ช่วยในการทำงาน เช่น ใช้ในระบบจัดเก็บเงินสด จองตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น

          เทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย เมื่อมีการพัฒนาระบบข้อมูล

และการใช้ข้อมูลได้ดี การบริการต่าง ๆ จึงเน้นรูปแบบการบริการแบบกระจาย ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อสินค้า

จากที่บ้าน สามารถสอบถามข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ นิสิตนักศึกษาบางมหาวิทยาลัยสามารถใช้

คอมพิวเตอร์สอบถามผลสอบจากที่บ้านได้

           เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่จำเป็น สำหรับการดำเนินการในหน่วยงานต่าง ๆ ปัจจุบัน

ทุกหน่วยงานต่างพัฒนาระบบรวบรวมจัดเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในองค์การประเทศไทยมีระบบทะเบียนราษฎร์

ที่จัดทำด้วยระบบ ระบบเวชทะเบียนในโรงพยาบาล ระบบการจัดเก็บข้อมูลภาษี ในองค์การทุกระดับ

เห็นความสำคัญที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้

           เทคโนโลยีสารสนเิทศเกี่ยวข้องกับคนทุกระดับ พัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้

ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ดังจะเห็นได้จาก การพิมพ์ดวยคอมพิวเตอร์ การใช้

ตารางคำนวณ และใช้อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมแบบต่าง ๆ เป็นต้น

 
                                             
       
องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
       
                                             
  องค์ประกอบของเทคโนโลยี

        องค์ประกอบของเทคโนโลยีมีส่วนที่สำคัญ 2 อย่างคือ องค์ประกอบที่เป็นรูปธรรมและองค์ประกอบ

ที่เป็นนามธรรม

         องค์ประกอบที่เป็นรูปธรรม คือ สิ่งที่สามารถมองเห็นจับต้องได้ เช่น เครื่องจักร เครื่องมือ

อุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งเรียกว่า “ฮาร์ดแวร์” เทคโนโลยีที่เป็นรูปธรรม แยกรายละเอียดเป็นประเภทดังนี้

เทคโนโลยีเป็นรูปธรรม เป็นประเภทผลผลิตที่นำไปใช้ได้เลย เช่น โทรทัศน์ วิทยุ รถไถนา ส่วนอีกประเภท

หนึ่ง ไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันที อยู่ในรูปของเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ

          องค์ประกอบที่เป็นนามธรรมคือสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นจับต้องได้ยาก เช่น ความรู้ วิธีการ

กระบวนการหรือกลไกการทำงานของเทคโนโลยี ซึ่งเรียกว่า “ซอฟต์แวร์”

            เทคโนโลยี เป็นนามธรรม แยกออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทเทคนิควิธี เช่น ความรู้เชิงวิชาการ

กระบวนการหลักต่าง ๆ ตัวอย่างของเทคโนโลยีทั้งสองประเภทนี้คือเทคโนโลยีของการผลิตกระดาษ ส่วนท

ี่เป็นซอฟต์แวร์คือกระบวนการผลิตกระดาษที่อยู่ภายใต้สภาวการณ์ต่าง ๆ เช่น เวลา อุณหภูมิ วิธีการ

ส่วนฮาร์ดแวร์ คือเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการผลิตกระดาษ

 
               
     
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
 
               
1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสำนักงาน

     1.1 งานจัดเตรียมเอกสาร เช่น การใช้เครื่องประมวลผลคำหรือเครื่องประมวลผลเนื้อหา เป็นเครื่องมือ

ในการจัดเตรียมอุปกรณ์ ประกอบการใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ โมเด็มและช่องทางการสื่อสาร

     1.2 งานกระจายเอกสาร เช่น ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เทเลเท็กซ์ โทรสาร ระบบการประชุมทางไกล

เป็นต้น

     1.3 งานจัดเก็บและค้นคืนเอกสาร สามารถปฏิบัติได้ทั้งระบบออนไลน์และระบบออฟไลน์ ผ่านระบบเครือข่าย

คอมพิวเตอร์ หรือผ่านเครือข่าย โทรคมนาคมรูปแบบอื่นๆ เช่น ระบบงานฐานข้อมูล เป็นต้น

     1.4 งานจัดเตรียมสารสนเทศในลักษณะภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถดำเนินงานดังกล่าวนี้ได้

ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ สร้างภาพ (Computer Graphic Devices) เครื่อง Scanner โทรทัศน์ และ

วีดีทัศน์ เป็นต้น

     1.5 งานสื่อสารสนเทศด้วยเสียง เช่น การใช้โทรศัพท์ การประชุมทางโทรศัพท์ การบันทึกข้อมูลเสียง

โดยใช้ Sound Blaster เป็นต้น
     
      1.6 งานสื่อสารสนเทศด้วยภาพและเสียง เช่น ระบบมัลดิมีเดีย ระบบการประชุมทางไกลด้วยภาพและ

เสียง เป็นต้น


2. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานอุตสาหกรรม

     2.1 อุตสาหกรรมการผลิตภัณฑ์ ได้ใช้คอมพิวเตอร์ออกแบบ รถยนต์ ปฏิบัติการผลิต เช่น การพ่นสี

การเชื่อมอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน ฯลฯ

     2.2 อุตสาหกรรมการพิมพ์ เช่นระบบการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Publishing)

ในการจัดเตรียมต้นฉบับบรรณาธิกรณ์ ตีพิมพ์ จัดเก็บ และจัดจำหน่ายและสามารถพิมพ์ข้อมูล

จากระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) วีดีโอเท็กซ์วัสดุย่อส่วนและเทเลเท็กซ์ได้รวมทั้งการพิมพ์ภาพ

โดยใช้้เทอร์มินัลเสนอภาพ (Visual Display)

3. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานการเงินและการพาณิชย์ สถาบันการเงิน

     เช่น ธนาคาร ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบของ ATM เพื่ออำนวยความสะดวก

ในการฝาก ถอน โอนเงิน ในส่วนของงานประจำของธนาคารต่างนำคอมพิวเตอร์ระบบออนไลน์และ

ออฟไลน์เข้ามาช่วยปฏิบัติงาน ทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลธนาคารเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว

ทุกสาขาสามารถเชื่อมโยงกับสาขาอื่นหรือสำนักงานใหญ่ และสามารถเชื่อมโยงกับธนาคารอื่นได้

4. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานการบริการการสื่อสาร ได้แก่ การบริการ

โทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ วิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี การค้นคืนสารสนเทศระบบออนไลน์ ดาวเทียม

และโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิตอล (ISDN) เป็นต้น

5. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานด้านการสาธารณสุข

สามารถนำมาประยุกต์ได้หลายด้าน ดังนี้

     5.1 ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (Hospital Information System : HIS) เป็นระบบที่ช่วยด้าน

Patient record หรือเวชระเบียน ระบบข้อมูลยา การรักษาพยาบาล การคิดเงิน

      5.2 ระบบสาธารณะสุข ใช้ในการดูแลป้องกันโรคระบาดในท้องถิ่น เช่น เมื่อมีผู้ป่วยอหิวาตกโรคในหมู่บ้าน

แพทย์อาจตรวจค้นได้ว่าผู้ป่วยมาจากตำบลอะไร มีประชากรกี่คน เป็นชาย หญิงเด็กเท่าไรเพื่อที่จะได้จัดหา

วัคซีนไปฉีดป้องกันได้ทันที

      5.3 ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System) เป็นระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์วินิจฉัยโรค หลักการที่ใช้คือ

เก็บข้อมูลต่างๆ ไว้ให้ระเอียด แล้วใช้หลักปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence : AL มาช่วยวิเคราะห์

เป็นแนวความคิดทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เหมือนคน

6. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับงานด้านการฝึกอบรมและการศึกษา

     6.1 การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เช่น การนำเอาคำอธิบาย

บทเรียนมาบรรจุไว้ในคอมพิวเตอร์ แล้วนำบทเรียนนั้นมาแสดงแก่ผู้เรียน

     6.2 การศึกษาทางไกล เช่น การใช้วิทยุ โทรทัศน์ ออกอากาศให้ ผู้เรียนศึกษาเอง จนไปถึงการใช้ระบบ

แพร่ภาพผ่านดาวเทียม (Direct To Home : DTH) หรือการประยุกต์ใช้ระบบประชุมทางไกล

(Video Teleconference)

      6.3 เครือข่ายการศึกษา เช่น บริการ ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ( Electronics Mail : E-mail )

การเผยแพร่และค้นหาข้อมูลในระบบเวิลด์ไวด์เว็ป

      6.4 การใช้งานในห้องสมุด เช่น การค้นหาหนังสือ การจัดหนังสือ

      6.5 การใช้ในห้องปฏิบัติการ เช่น การจำลองแบบ การออกแบบวงจรไฟฟ้า การควบคุมการทดลอง

      6.6 การใช้ในงานประจำและงานบริหาร เช่น การจัดทำทะเบียนประวัตินักเรียนนักศึกษา การเลือกเรียน

การลงทะเบียนเรียน การแนะแนวอาชีพ และการศึกษาต่อ ข้อมูลผู้ปกครองหรือข้อมูลของคร

7. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่บ้าน เช่น ใช้คอมพิวเตอร์ในแสวงหาความรู้ ใช้สื่อสารทาง

Internet ใช้พิมพ์งานและจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญ

 
         
ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
 
 
ผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์

           เป็นพื้นฐานของการพัฒนาอุตสาหกรรม

           รักษาความได้เปรียบในการแข่งขันระดับประเทศ

           เพิ่มมูลค่าของทรัพยากร

           รักษาดุลการค้าให้ได้เปรียบ และมีเสถียรภาพ

           สร้างโอกาสในการเลือกซื้อ เลือกผลิต

ผลกระทบทางทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

           สร้างการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

           สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรของประเทศ

           หากใช้ไม่ระมัดระวัง หรือใช้มากเกินไปจะเกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อม

           เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะแก้ไข และบรรเทาปัญหาดังกล่าว

ผลกระทบทางสังคมและการเมือง

           แก้หรือบรรเทาปัญหาความยากจน  

           ปรับปรุงคุณภาพขีวิต

           รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (น้ำ เสียง อากาศ)

           นำมาซึ่งการบริหารทางการสื่อสาร การคมนาคม ที่ทันสมัย

           เป็นเครื่องมือต่อรองของประเทศ

           เป็นเกียรติภูมิของประเทศ

           มีอิทธิพลต่อบทบาททางการเมืองระดับนานาชาติ

           เป็นตัวบ่งชี้ความเจริญมั่งคั่งของประเทศ

ผลกระทบต่อมนุษย์

           ทำให้มนุษย์ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

           ทำให้มนุษย์ขาดความเข้าใจในเรื่องนั้นที่ตนศึกษา

           ทำให้มนุษย์ขาดความระมัดระวังรอบคอบในการใช้ทรัพยากร

           ถ้ามนุษย์ไม่รู้จักวิธีที่จะนำผลิตผลทางเทคโนโลยีมาใช้อย่างถูกต้อง จะก่อให้เกิดผลเสียร้ายแรง

         
   
กลับหน้าหลัก